ไหลสตอเบอรี่ คืออะไร

ไหลสตอเบอรี่ คืออะไร

สวัสดีแฟนๆ เกษตรย่อมเยาว์ รวมไปถึง ชาวเกษตรกรทั่วไทยที่กำลังอ่านบทความนี้ เมือเริ่มเข้าสู่ระบบเกษตรอย่างจริงจัง แอดมินเองก็ได้พบเจอเรื่องราวใหม่ๆ ที่น่าเรียนรู้ ตลอดการศึกษา ติดตามข่าวสารในด้านของการเกษตรในประเทศไทย อย่างล่าสุดก็หยิบเรื่องราวของ ไหล สตรอเบอรรี่ มราบอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องใหม่ของแอดมินเลยทีเดียว

ไหล คือะไร?
ไหล คือส่วนที่เจริญเติบโตมาจากต้นแม่ของสตรอเบอรี่ ตรงลำต้นหรือข้อ หรือส่วนของไหลต้นเก่าที่เจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ โดยปล้องหรือแขนไหล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของการปลูกสตรอเบอรี่ในภาคเหนือนั้น ถึงแม้จะมีอากาศที่เหมาะแก่การปลูกเพียงใด แต่ก็ยังมีหน้าร้อนในเดือนเมษายนที่ทำให้อุณภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหา 3 ข้อ ดังนี้

1. การดูแลรักษาต้นสตรอเบอรี่ข้ามปี ในสภาพที่อุณหภูมิสูงทำได้ยาก และเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง เนื่องจากต้นสตรอเบอรี่ไม่ทนต่อสภาพอากาศที่ร้อน และสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงโรคของสตรอเบอรี่ระบาดง่าย
2. เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินหลังจากปลูกสตรอเบอรี่หยุดให้ผล เช่น ปลูกผักหรือพืชไร่ซึ่งได้ผลตอบแทนสูงกว่า
3. การที่ทำลายต้นสตรอเบอรี่ เป็นการทำลายแหล่งเพาะเชื้อโรคของสตรอเบอรี่ได้ผลดี

เนื่องจากเหตุผลที่กล่าวมา จึงมีเกษตกรส่วนหนึ่งที่มีอาชีพปลูกสตรอเบอรี่ ผลิตไหลขายให้แก่เกษตกรพื้นราบ กสิกรกลุ่มนี้มีที่ดินที่อยู่ในสภาพอุณหภูมิที่หนาวเย็น แม้แต่ในฤดูร้อน มีค่าแรงงานถูก เช่น เกษตกรของชนกลุ่มน้อยชาวไทยภูเขาที่อาศัยในเขตที่สูงภาคเหนือ ซึ่งมียังชีพโดยการทำไร่เลื่อนลอยซึ่งตัดไม้ทำลายป่าโดยเฉพาะป่ารักษาต้นน้ำ

การส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาปลูกสตรอเบอรี่เพื่อขายไหลจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะยับยั้งการปลูกฝิ่น
ข้อดีของไหลที่ผลิตในเขตที่สูงคือ เมื่อนำไปปลูกเพื่อต้องการขายผลได้ผลผลิตสูงกว่าไหลที่ปลูกเองในที่ราบ ต้นทุนในการผลิตต่ำกว่า ทนทานต่อโรคได้ดีกว่าและมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง

การเตรียมพื้นที่และเตรียมต้นปลูก
การเตรียมพื้นที่เหมือนกับการปลูก เพื่อต้องการขายผลสำหรับต้นที่ให้ผลหมดแล้วก็จะเป็นต้นที่แตกกอออกมาประมาณ 5-7 ต้น ติดอยู่กับต้นเก่า ควรขุดต้นออกทั้งกอ แล้วใช้มีดหรือกรรไกรแต่งรากและปลิดใบที่แก่ออก (การปลิดออกใช้มือโยกก้านใบขนาดกับพื้นดิน) จากนั้นใช้มีดคมตัดแยกต้นออกแล้วนำไปปลูก ใช้ระยะปลูก ใช้ระยะปลูก 30 x 50 ซม.

การให้ปุ๋ย
เนื่องจากการปลูกเพื่อผลิตไหลเป็นความพยายามเพาะเลี้ยงให้ต้นสตรอเบอรี่เจริญเติบโตทางด้านลำต้น ฉะนั้นจะต้องคำนึงถึงปุ๋ยไนโตรเจนเป็นสำคัญ ที่โครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 8 (บ่อแก้ว) ทดลองใช้ขี้ค้างคาวรองพื้นหลุมก่อนปลูกและใส่ปุ๋ยคอกระหว่างต้น จากนั้นรดปุ๋ยแอมโมเนียซัลเฟต 1 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ 1 ปี๊บ รดทุก 7-10 วัน พบว่าสตรอเบอรี่ 1 ต้นจะให้ไหล 50-70 ไหล

การตัดไหลและการบรรจุ
ประมาณหลายฤดูฝนไหลสตรอเบอรี่ก็จะเจริญเติบโตเต็มที่พร้อมที่จะตัดขายสู่ตลาด

การตัดไหล ใช้มีดหรือกรรไกรตัดแขนไหลโดยให้ส่วนที่เป็นข้อติดไปด้วย จากนั้นก็ขุดไหลออกทั้งหมดแล้วล้างราก ใช้สำลีมอส หรือนุ่นจุ่มน้ำแล้วห่อรากเอาไว้ โดยนำไหลมารวมกันประมาณ 10 ต้น แล้วห่อด้วยใบตองหรือถุงพลาสติก แล้วบรรจุในถุงพลาสติกใหญ่อีกครั้งแล้วนำไหลส่งให้ผู้ซื้อภายใน 24 ชั่วโมง

โรคที่เกิดกับสตรอเบอรี่ และไหล
1. โรคใบจุด (Leaf Spot) เกิดจากเชื้อรา Ramuoaria sp. (Impetfect stage) หรือ Mycosphacrella sp. (Perfect stage) อาการทั่วไปจะเห็น เป็นจุดโปร่งแสงสีน้ำตาล ขอบแผลสีม่วง ถ้ารุนแรงใบจะแห้งและตายในที่สุด โรคนี้พบมากในช่วงฤดูฝน เมื่อพบโรคนี้ควรเด็ดใบทิ้ง โดยใช้มือโยกก้านใบไปมาด้านข้างแล้วดึงออก การทำลายโดยการเผาทิ้ง ถ้ารุนแรงใช้ยาแคบแทน หรือเบนเลท พ่นทุก 7 วัน

2. โรค Leaf scorch เกิดจากเชื้อรา Massonia frabvariae อาการในระยะแรกพบจุดสีม่วงหรือสีน้ำตาลแดงบนใบและจุดจะกระจายเป็นแผลมีลักษณะไม่แน่นอน เนื้อเยื่อของใบถูกทำลายไม่แห้งเหมือนโรคอื่น เมื่อแผลกระจายติดกับใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงในที่สุด การป้องกันรักษาใช้ยาแคบแทนหรือเบนเลท พ่นทุก 7 วัน

3. โรคเหี่ยว เกิดจากเชื้อรา Fusarium sp. ซึ่งเข้าทำลายทางรากและแขน (Stolon) ของไหล เชื้อโรคชนิดนี้อาศัยอยู่ในดิน ต้นเหี่ยวใบลู่ลง โรคจะระบาดในขณะที่อากาศอบอ้าว ถ้าอากาศชื้นจะทำให้โรคหยุดระบาด แต่ถ้าเป็นมากต้นจะตาย เพราะระบบรากถูกทำลาย Crown มีวงสีน้ำตาลล้อมรอบ อุดท่อน้ำซึ่งส่งไปเลี้ยงใบและลำต้น การป้องกันรักษาต้องทำลายแหล่งเชื้อโรคในดินสำหรับไหลที่นำมาปลูกควรตัดข้อของแขนใบติดไปด้วย เพราะส่วนที่เป็นข้อสามารถป้องกันการเข้าทำลายของโรคได้ดี

จากการสังเกตที่โครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 8 พบโรคสตรอเบอรี่บ้าง แต่โรคไม่ระบาดและไม่ทำให้ต้นสตรอเบอรี่ตาย จึงทำให้ไม่ต้องกังวลต่อการฉีดยาป้องกันโรคสตรอเบอรี่ซึ่งทำเกิดผลต้องค้างของสารเคมีภายหลัง

จากการศึกษาพบว่าโรคของสตรอเบอรี่จะไม่ระบาดในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 20–25 องศา.

ปัจจุบัน มีไหลสตรเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถนำมาปลูกในพื้นที่เขตร้อนได้ แต่ผลผลิตอาจจะไม่ออกได้ดีเท่าพันธุ์ 329 ที่เราเคยรับประทานมาก่อน แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องใหม่สำหรับแอดมินมากๆ ที่ไคร่จไปหาซื้อ พันธุ์พระราชทานมาปลูกดูบ้าง อิอิ

ที่มา http://bumaromdee555.blogspot.com

ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ