เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

โรงเรียนป่าแดงวิทยา ต.หัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย เนรมิตด้านหลังโรงเรียนกลายเป็นสวนเกษตร ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์มากมาย ด้วยพื้นที่กว่า 1 ไร่

"ครูโอ๋" พัฒน์พงษ์ เต็มเสาร์ ที่ปรึกษาโครงการ เล่าว่า โรงเรียนป่าแดงวิทยาเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ทุกวันอังคารนักเรียนทุกคนจะทานอาหารมังสวิรัติ โรงเรียนจึงจัดกิจกรรมให้สอดคล้องด้วยกิจกรรมเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผ่านงานด้านการเกษตรที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำไปถ่ายทอดและต่อยอดแก่สมาชิกในโรงเรียนจนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆที่สนใจ

"ครูโอ๋" เล่าต่ออีกว่า สำหรับผักที่นักเรียนช่วยกันปลูกอาทิเช่น นาข้าวที่กำลังออกรวงสวย ส่วนอีกฝั่งเป็นแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่อัดแน่นไปด้วยผักใบเขียวโตเร็วทั้งคะน้า ผักสลัด และขึ้นฉ่าย ถัดมาเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการปลูกกะหล่ำดอกเป็นไม้ประดับทั้งปลูกไว้ในกระถางดอกไม้ขนาดใหญ่หน้าอาคารเรียนและสวนหย่อมรอบโรงเรียน จากผักที่เพียงแต่นำมารับประทาน ได้แปลงร่างมาช่วยสร้างสีสันต์ใหม่ๆ ให้กับภูมิทัศน์โดยรอบโรงเรียนได้อย่างลงตัว

อีกแปลงถัดไปเป็นสวนสมุนไพรและพืชผักพื้นบ้านหลากหลายชนิด ทั้งมะเขือเปราะลงปลูก นอกจากมะกรูด มะนาว ที่กำลังออกผลเต็มต้นจนแทบเก็บกันไม่ไหว อีกฝั่งเป็นโรงเพาะเห็ดที่มีดอกเห็ดออกมาให้เก็บทุกวัน "นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักเรียนที่รับผิดชอบทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากเศษผักที่เหลือจากโรงครัวและแปลงผักของกลุ่มต่างๆ สำหรับใช้ในแปลงเกษตรของเพื่อนๆต่อไป" ครูโอ๋ กล่าว

นอกจากผักต่างๆ ที่ล้วนแต่ปลูกเพื่อเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทุกคนแล้ว ที่นี่ยังมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนอิ่มท้องแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาในการนำความรู้บูรณาการเข้าสู่บทเรียน และสามารถที่จะต่อยอกดไปสู่กิจกรรมอื่นๆได้ สำหรับการบริหารจัดการจะเป็นลักษณะพี่สอนน้อง คือมีนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 6 คนเป็นกำลังหลักในการดูแล พร้อมกำลังเสริมเป็นน้องๆชั้นประถมอีก 4 คน


"น้องเมย์" วิไลพร มอยนา นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 บอกว่า ในแต่ละวันสมาชิกทั้ง 10 คนจะเข้ามาเลี้ยงไก่ทั้ง 200 ตัว อย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อมาให้อาหารรอบแรก บางส่วนจะช่วยกันปัดกวาดโรงเรือนและล้างถ้วยน้ำสำหรับไก่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็จะเรียนหนังสือเช่นเดียวกันกับเพื่อนๆ คนอื่น

เมื่อเที่ยงแล้วทุกคนก็จะกลับมาที่โรงเรือนเลี้ยงไก่อีกครั้งเพื่อช่วยกันเกลี่ยอาหารในราง พร้อมเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ จากนั้นทุกคนจะแยกย้ายไปเรียนหนังสือในภาคบ่าย กระทั่งเวลา 16.00 น. ก่อนกลับบ้านเด็กๆก็จะมาช่วยกันให้อาหารรอบ 2 และเก็บไข่ไก่สำหรับส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันเพื่อส่งมอบให้โรงครัว เกิดเป็นรายได้หมุนเวียนในโครงการเลี้ยงไก่ไข่ต่อไป น้องเมย์ กล่าว

"น้องวุ้น" ศุภชัย แก้วอุน นักเรียนมัธยมปีที่ 2 บอกเพิ่มเติมว่า พวกเขาภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแลแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตไข่ไก่ที่เป็นสุดยอดอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ทำให้เพื่อนๆนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ได้ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ที่สำคัญพวกเขายังได้มีส่วนในการขับเคลื่อนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันที่จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และห้องเรียนนอกตำราของเด็กๆ ทุกคน ทั้งโรงเรือนเลี้ยงไก่และแปลงเกษตรทั้งหมดทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการ ที่สำคัญการได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับมอบหมาย

โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนนี้ เกิดขึ้นจากน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีอย่าง หอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ (JCC-B) ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อโภชนาการที่ดีของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ด้วยการสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรือนตามแบบมาตรฐาน อุปกรณ์กรงตับ และสร้างรั้ว พร้อมมอบพันธุ์สัตว์ จำนวน 200 ตัว อาหารไก่ไข่ 4,020 กิโลกรัม ที่สามารถเลี้ยงได้ 1 รุ่น(ระยะการเลี้ยง 52 สัปดาห์) มูลค่ารวม 250,000 บาท

ข่าวต้นฉบับ http://www.komchadluek.net

ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ