หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ คืออะไรมาดูกัน

หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ คืออะไรมาดูกัน

เมื่อเดือนที่แล้วมีสมาชิกท่านหนึ่งได้มาลงประกาศเกี่ยวกับเจ้าต้น หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ ซึ่งชื่อมันดูแปลกมากๆ ยอมรับเลยว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน เลยลองหาข้อมูลดูก็พบว่ากำลังเป็นที่นิยมกันในหมู่คนรักสุขภาพ หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า คิ้วนาง มีประโยชน์อย่างไรมาดูกัน

หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ (คิ้วนาง) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Stemona  tuberose  Lour จัดอยู่ในวงศ์ Stemonaceae เป็นพันธุ์ไม้จำพวกไม้เลื้อยตามพื้นดิน หรือพาดพันตามต้นไม้อื่น รากที่มีลักษณะอวบใหญ่กว่าเถา มีหน้าที่เก็บสะสมอาหาร ลำต้นเป็นเถาคล้ายใบพลูมาก มีใบโต  แต่ปลายใบเรียวแหลมคล้ายใบพลู เส้นลายในใบถี่ละเอียด  มีดอกเล็กๆ เป็นกลีบๆ คล้ายดอกจำปา  มีทั้งแบบสีแดง และสีขาว มีฝักเล็ก ปลายฝักแหลมกว้างราว  1เซนติเมตร  ในหนึ่งฝักมีหลายเมล็ด เมื่อแก่จะมีสีดำ ขนาดเล็ก

หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ เป็นไม้ล้มลุกเจริญในฤดูฝน สิ้นฤดูฝนก็เหี่ยวแห้งไป ถึงฤดูฝนก็งอกงามขึ้นมาอีก เพราะมีหัวอยู่ใต้ดิน ชอบขึ้นตามป่า มีทั่วไปในประเทศไทย ท้องถิ่นมีการเรียกชื่อพืชหนอนตายหยากเหมือนกันในแต่ละท้องถิ่น  และมีประสิทธิภาพในการกำจัดหนอนได้ด้วย

สรรพคุณ  
ใช้เป็นตัวยาสมุนไพรรักษาโรคในคนได้หลากหลาย  เช่น  โรคผิวหนัง  น้ำเหลืองเสีย ผื่นคันตามร่างกาย  ฆ่าเชื้อโรคพยาธิภายใน มะเร็งตับ ลดระดับน้ำตาลสำหรับโรคเบาหวาน  รวมทั้งริดสีดวง  ปวดฟัน  ปวดเมื่อย นอกจากนี้ในประเทศจีนมีการนำราก หนอนตายหยาก  Stemona  tuberose Lour,  Stemona  sessilifolia  (Miq)  Stemona  japonica  (BJ) Miq  มาใช้ในการรักษาอาการไอ  โรควัณโรค  ฯลฯ โดยใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ  
แต่ก่อนที่จะทำเป็นยาก็มีขั้นตอนทำลายพิษ เช่น  นำรากมาล้างให้สะอาดแล้วลวกหรือนึ่งจนกระทั่งไม่เห็นแกนสีขาวในราก  ต้องตากแดด ก่อนนำไปปรุงเป็นตำหรับยา โดยหั่นให้มีขนาดเล็ก หรือในบางตำราจะนำไปเชื่อมกับน้ำผึ้ง ก่อนนำไปใช้ ในการใช้เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช  กำจัดแมลงศัตรูพืช  เช่น หนอนกัดกินใบ  และ  เพลี้ยอ่อน กำจัดเชื้อสาเหตุโรคพืช เช่น Rhizoctonia solani และ Erwinia carotovora รวมทั้งการกำจัดลูกน้ำยุง (นันทวัน และอรนุช 2543) สารออกฤทธิ์ที่ตรวจพบอยู่ในกลุ่ม Alkaloids ได้แก่Stemofoline และ 16 17 –didehydro-16 (e)- Stemofoline สารนี้ตรวจพบในหนอนตายหยากชนิด Stamona collinsaecraib (Jiwajindaและคณะ 2001)  ในปัจจุบันมีการขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงหนอนตายหยากนำมาขายเป็นการค้า โดยนำรากมาสกัดด้วยน้ำหรือแอลกอฮอล์ เพื่อใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชในแปลงเกษตรกร

การขยายพันธุ์
หนอนตายหยากเป็นพืชที่นำรากมาใช้ประโยชน์แต่เวลาที่ท้องถิ่นขุดขึ้นมาขาย มักติดส่วนเหง่าที่ใช้ขยายพันธุ์มาด้วยรากที่เห็นเป็นกอใหญ่ๆ นั้นต้องใช้เวลาหลายปี จึงจะเจริญเติบโตได้ขนาดนั้นประกอบกับหนอนตายหยากแต่และสายพันธุ์มีการติดฝัก และติดเมล็ดได้มากน้อยแตกต่างกัน ถ้าเรายังขุดหนอนตายหยากจากป่ามาใช้ โดยไม่มีการขยายพันธุ์หรือปลูกเพิ่มก็มีโอกาสการที่จะทำให้เกิดการสูญพันธุ์ได้ง่าย

สร้างโดย: ครูศรีไพร
แหล่งอ้างอิง: http://clgc.rdi.ku.ac.th

ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ