พลิกฟื้นสังคมเกษตรไทย สู่ผู้นำโลกด้วย Agitech

พลิกฟื้นสังคมเกษตรไทย สู่ผู้นำโลกด้วย Agitech

หนุนเกษตรกรไทยพลิกฟื้นสังคมเกษตรแบบเก่าด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ ร่วมมือกันบริหารจัดการ ขจัดปัญหาเรื้อรัง ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ สตาร์ทอัพ และปั้นนักประดิษฐ์คิดค้น เทคโนโลยีเกษตร ผนึกกำลังสร้างนักรบเศรษฐกิจใหม่ให้ไทยเป็นที่หนึ่งด้านเทคโนโลยีเกษตรครองโลก


ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มองถึงโอกาสของการพัฒนาการเกษตรสู่เอสเคิร์ฟ (อุตสาหกรรมใหม่จากภาคเกษตรกรรม) นั่นมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมประเทศ จากต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำ ที่ซัพพลายเชนจะเกิดมูลค่าอยู่กับประเทศทั้งหมด เพราะภาคการเกษตรเชื่อมโยงกับสังคมมายาวนาน จึงเกี่ยวข้องกับคนไทยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่วัฒนธรรม อาหาร สุขภาพ

ภาคการเกษตรของไทยมีมูลค่าต่อจีดีพี(ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ)เติบโตขึ้นจากสัดส่วน 8-9% ขึ้นมาเป็น 10-11% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตลดลงเหลือ 6% โดยมีกลุ่มธุรกิจมาแรงอย่าง ภาคบริการ ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ดังนั้นความหวังของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศจึงต้องเชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคบริการ ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศเข้ามาผนึกกำลังกันไปลุยตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรยังเผชิญกับความท้าทายและประเด็นปัญหาในหลายด้าน ที่สั่งสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตเกษตรกรไทย ระบบการถือครองที่ดิน การพัฒนาระบบซัพพลายเชน ปัจจัยทางการเกษตร ผลผลิตล้นตลาด รวมถึงอนาคตลูกหลานเกษตรกรไทยที่ไม่เข้ามาทำงานด้านการเกษตร จึงขาดผู้สืบทอด

ขณะที่ กลุ่มสตาร์ทอัพ ที่เป็นความหวังใหม่ของการหาคำตอบ มองในมิติที่ไต่ระดับขึ้นอีก เพราะการคิดโมเดลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกกับการเกษตรเข้ามาในตลาดหมายถึงการเติบโตจากเดิมหลายเท่าตัว ไม่ต่างจาก “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ที่มีโอกาสล้มกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ด้วยการพัฒนาธุรกิจจากความคิดของผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียวหรือมีทีมงานอีก 2-3 คน

โมเดลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรที่พัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี (Agitech) จึงมาจาก 3 ด้าน คือ

1.รูปแบบของการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น โดยทั่วไปมักมองแค่เพียงเรื่องของแอพลิเคชั่น แต่ในความเป็นจริง มีหลากหลายรูปแบบที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ โดยใช้เทคโนโลยี หัวใจสำคัญคือการแบ่งปันทรัพยากร (Sharing Economy) ร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจโดยมีความร่วมมือ จากหลากหลายซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร

2.มาจากการต้องการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร (Pain point) เห็นปัญหาที่สั่งสมในภาคการเกษตรแล้วอยากจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาระบบการบริหารจัดการ หรือสังคม เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม เช่น โจทย์ของการที่ประเทศไทยมีครอบครัวที่อยู่ในภาคการเกษตร 20 ล้านคน แต่กลับมีลูกหลานที่ไม่เข้ามาสืบสานอาชีพ จึงต้องหาวิธีดึงคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมวิทยาการ เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตร

“ในสัญญาณอ่อนแรงของทายาทภาคการเกษตร แต่ก็มีคนรุ่นใหม่ที่จบการบริหารจัดการ ไม่เกี่ยวข้องกับเกษตร แต่เบื่อชีวิตคนเมือง เข้ามาใช้ความรู้ประยุกต์ธุรกิจสตาร์ทอัพจากรากฐานการเกษตร ซึ่งจะเปลี่ยนภาพลักษณ์มุมมองเกษตรกรใหม่ ด้วยคนสตาร์ทอัพ เป็นนักรบเศรษฐกิจใหม่(New Economic Warrior) ”


3.เริ่มธุรกิจจากความรักและพลัง ความฝันอันแรงกล้า (Passion) ที่มาพร้อมไอเดียธุรกิจเต็มไปหมด จึงไปหากองทุนสนับสนุน (Crowdfunding)

สำหรับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ทำหน้าที่ส่งเสริมสตาร์ทอัพใน 3 ด้าน คือ กลุ่มธุรกิจเกษตรที่เกี่ยวข้องกับชุมชนสังคม , การพัฒนาสินค้าเกษตรไปสู่การแปรรูปด้วยนวัตกรรม และ พัฒนาสตาร์ทอัพให้คิดค้นโมเดลธุรกิจใหม่ ทั้ง 3 ทางเลือกจะช่วยเกื้อหนุนทุกคนในระบบภาคเกษตรไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน

ผศ.ดร.ธีรเกียรติ เกิดเจริญ ภาควิชาฟิสิกส์ และ ศูนย์นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มวิจัยคิดค้นพัฒนา โครงการเกษตรอัจฉริยะ (Smart farm) เพื่อการเกษตรแบบแม่นยำ จากการผลงานวิจัยและพัฒนา (R&D)ด้านเทคโนโลยีต่างๆในการแก้ไขปัญหา พัฒนา ปรับปรุง วิถีชีวิตภาคการเกษตรให้มีผลผลิตที่ดีขึ้น มีชีวิตที่มั่นคงจากภาคการเกษตร

ภาคการเกษตรคือ หัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศก้าวขึ้นมาครองความเป็นหนึ่งในโลกได้ จากรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุว่า จะมีประชากรเพิ่มขึ้นถึง 9,300 ล้านคน ในปี พ.ศ.2583 และเกินกว่า 10,000 ล้านคนนั่นหมายถึงความต้องการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยการผลิตเช่นพื้นที่ยังคงเท่าเดิมและมีแนวโน้มลดลงในบางพื้นที่ที่พัฒนาพื้นที่เพาะปลูกไปทำธุรกิจด้านอื่น จึงต้องมีการแสวงหาวิทยาการด้านเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มผลผลิต

เช่นเดียวกันกับปัญหาของภาคการเกษตรในสังคมไทย กลุ่มเกษตรกรไทยมีอายุเฉลี่ย 55 ปี ในอีก 10 ปีข้างหน้าสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตรเริ่มชัดเจนขึ้น

ปัจจุบันเกษตรกรทั่วโลกรวมถึงเกษตรไทยมีอายุเฉลี่ยสูงกว่า 55 ปี ซึ่งอีก 10 ปีข้างหน้า จะเกิดภาวะการขาดแรงงานภาคการเกษตร เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ต้องการเข้าสู่ภาคเกษตร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเพาะปลูก พื้นที่เหมาะสมเพาะปลูกทางการเกษตรจะเปลี่ยนไปอยู่ในโซนลาว พม่า และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เช่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ บึงกาฬ นครพนม เป็นต้น โดยที่พื้นที่เพาะปลูกอดีตที่เคยอุดมสมบูรณ์จะค่อยๆ ลดศักยภาพลงไปเช่น พิจิตร นครสวรรค์ เนื่องมาจากภาวะโลกร้อน 

นั่นจึงเป็นสิ่งที่ไทยจะต้องพัฒนาวางแผนการผลิตใหม่ นำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา (Agitech) ที่ถือว่าเป็นเสมือน “คลื่นลูกใหม่” ที่เข้ามาแทนที่ ป่วนภาคการเกษตรทั้งโลกให้พัฒนากว่าในปัจจุบัน

“เทคโนโลยีด้านการเกษตรจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตคนทำการเกษตร รวมถึงการบริโภคของประชากร แบบพลิกฟ้าพลิกปฐพี ดังนั้น หากใครเป็นเจ้าของเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เป็นหนึ่งเดียวของโลกจึงมีโอกาสครองตลาดโลกในอนาคต”

ทว่า การที่จะคิดการพัฒนาต่อยอดจากภาคการเกษตรได้ จำเป็นต้องอาศัยความคิดนอกกรอบมองภาคการเกษตรจากคนนอกที่มาพลิกโฉมวงการเกษตรกรรม (Outside) เพื่อคิดค้นเทคโนโลยีอัจฉริยะให้กับเกษตรกรไทย 

ประเทศไทยมีจุดแข็งหลากหลายด้านที่เป็นที่หนึ่งด้านการผลิตของโลก อาทิ เช่น ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวรักแร้ขาว ที่พัฒนาร่วมกันนีเวียในไทย รวมถึงประเทศเกาหลีก็เชิญให้ไทยไปตั้งโรงงานผลิตในโซล นั่นสะท้อนถึงศักยภาพในหลากหลายด้านที่ไทยควรคิดค้น พัฒนา ต่อยอดในสิ่งที่ตัวเองถนัด และมองถึงความเป็นที่หนึ่งของโลก ที่จะทำให้ไทยผลิตสินค้าขายไปทั่วโลก

เทคโนโลยีภาคการเกษตรที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต เป็นสิ่งที่ไทยมีโอกาสต่อยอดได้ โดยเฉพาะกระแสโลกในอนาคต จะมีการคิดค้นในเรื่องของการเพาะเลี้ยง ปลูกเนื้อเยื่อ ที่สร้างโปรตีน โดยไม่ผ่านการเลี้ยงสัตว์ ฆ่าหรือทรมานสัตว์ก่อนเสียชีวิต จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกตื่นตัวกระโดดเข้ามาในอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร เช่น กูเกิ้ล ซัมซัง ไม่เฉพาะเพียงการพัฒนารูปแบบอาหารสัตว์เป็นแหล่งโปรตีนใหม่ แต่การคิดค้นสร้างหุ่นยนต์ด้านการเกษตร (Farmer Robot) เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรไทยในอนาคตที่ต้องช่วยกันเริ่มคิดค้นตั้งแต่วันนี้

ดังนั้น จุดขายของไทยที่เป็น "ครัวของโลก" จึงต้องตีโจทย์ให้แตกว่าสิ่งใด ด้านไทยที่ไทยเหนือกว่าและประเทศอื่นๆ ยังไม่สามารถคิดค้นได้


ที่มา https://scurvehub.com



ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ