ผักหวานป่า คืออะไร ปลูกแล้วรวยจริงหรือ?

ผักหวานป่า คืออะไร ปลูกแล้วรวยจริงหรือ?

บทความในวันนี้จะขอพูดถึง ผักหวานป่า เป็นชื่อแปลกใหม่สำรับใครหลายๆ คน ที่อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน และดูเหมือนว่ากำลังเป็นที่นิยมอยู่เหมือนกัน เพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกได้ไม่น้อย ใครที่ไม่รู้จัก หรือกำลังสนใจ เจ้าผักหวานป่ามาดูกัน

ผักหวานป่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ Melientha suavis Pierre เป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae ป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมตร ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่งเด็ดยอดเพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำไย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยวติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงเหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว

ทำไมถึงเป็นที่นิยม?
ผักหวานป่า เป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุนานถึง 10 ปี ถ้าหากว่าปลูกดีๆ แต่ใช้เวลาปลูกนานกว่าจะเก็บผลผลิตได้ อย่างเร็วที่สุดก็ 3 ปี ปลูกโดยใช้กิ่ง ไม่ใช้เมล็ดปลูกโดยตรง 3-4 ปี กว่าจะได้กิน ได้ขาย ซึ่งเป็นเวลาที่นับว่านานมาก ผลผลิตที่เก็บได้ ราคาในปีนี้ ขายได้ที่ กิโลกรัมละ 150-200 บาท เป็นรายได้ที่เยอะมาก ถ้าหากว่าสามารถเก็บขายได้หลายโล ต่อวัน

ทำไมถึงไม่ค่อยดัง ถ้ามันขายได้ และรายได้ดี
การจะอยู่กินกับ ผักหวานป่า ไม่ไช่เรื่องง่าย เพราะมีคนที่ปลูกไม่ดี ตายไปหลายต้นก็มี เยอะไปแต่เราไม่รู้ ได้ยินแต่ว่าถ้าปลูกจนรอด 3 ปีไปได้สบายแน่นอน แต่ช่วง 3 ปีนั่นแหละ คือ ปัญหาสำหรับเกษตกรหน้าใหม่ ที่ต้องอาศัยทั้งเวลา และก็โชคช่วยนิดหน่อย 3 ปีในที่นี้หมายถึงการปลูกด้วยกิ่ง ไม่ไช่เมล็ด ต้นทุนกิ่งพันธ์ ตกอยู่ที่ 100 บาท ใช้เวลา 3 ปี กับทุนที่จมไป ซึ่งไม่รู้เลยว่า ซื้อมาปลูก 10 ต้นจะรอดกี่ต้น การเก็บผลผลิต แน่นอนว่าเก็บคนเดียวคงได้ไม่มากนัก จ้างคนมาช่วยเก็บก็หมดค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

เกษตรผสมผสาน คือทางออก
ไช่แล้ว เราไม่สามารถที่จะอยู่ดีๆ ลุกขึ้นไปกว้านซื้อกิ่งพันธ์ ผักหวานป่า มาปลูกเฉยๆ ทางออกที่เกษตกรหลายๆ ท่าน ลงความเห็นแล้วว่าควร และถูกต้องที่สุด คือ อย่าปลูกผักหวานป่าเพียงอย่างเดียว ให้ทำเกษตรผสมผสาน ควบคู่ไปด้วย ช่วงที่รอต้นผักหวานป่าโต เรายังสามารถเก็บผลผลิตอื่นๆ ของเราไปขายได้ ดีกว่าเน้นรอผลผลิตจาก ผักหวานป่าแต่เพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูล Wikipedia
รูปภาพ kapook

ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ