การปลูกมะนาวในกระถาง ทำอย่างไรมาดูกัน

การปลูกมะนาวในกระถาง ทำอย่างไรมาดูกัน

เคยเห็นรายการทีวี รายการหนึ่งพาไปชมสวนมะนาวที่หนึ่ง ที่เน้นการปลูกแบบ ออร์แกนิก โดยที่ไม่เน้นความสวยงามของลูกมะนาว แต่ได้มีน้ำเยอะ ก็เลยนึกอยากลองปลูกบ้าง ซึ่งใครหลายๆ คนคงนึกภาพว่าถ้าปลุกมะนาวคงปลูกเป็นสวนเป็นไร่ ต้องมีที่ แต่ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถปลูกมะนาวในกระถาง หรือแม้แต่ในท่าปูนซีเมนต์ก็ยังได้ ถ้ารู้เทคนิค บางทีเราอาจจะปลูกไว้กินเองแบบไม่เยอะที่บ้านได้ มาดูกันเค้าทำกันยังไง

พันธุ์มะนาวที่แนะนำให้ปลูก ได้แก่ มะนาวแป้น มะนาวแป้นพันธุ์พิจิตร มะนาวพันธุ์พวงเพชร และมะนาวไข่

ข้อดี
1. ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินน้อย
2. สามารถปลูกได้บนดาดฟ้าหรือระเบียงห้องบนตึกหรืออาคารสูง
3. ง่ายต่อการดูแล และการให้น้ำ
4. สามารถบังคับให้ออกลูกนอกฤดูกาลได้ง่าย
5. ยกหรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย
6. สามารถจัดเป็นไม้ประดับได้อีกทาง

ข้อเสีย
1. ต้นเจริญเติบโตไม่ค่อยดีเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกบนดินหรือในท่อซีเมนต์
2. ต้องมั่นเปลี่ยนดินบ่อยหรือต้องให้ปุ๋ยหรือธาตุอาหารมากเพื่อให้ดินมีธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการเติบโต และให้ผล
3. ต้นจะโทรมเร็ว และอายุของต้นมะนาวสั้นกว่าการปลูกโดยทั่วไปแต่ไม่แตกต่างกันมาก
4. ต้องมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้มีขนาดสูงหรือทรงพุ่มใหญ่เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ และขนาดของกระถางที่ใช้
5. อาจเกิดการล้มของกระถาง ทำให้กระถางแตกง่าย

วัสดุอุปกรณ์
1. กระถางดินเผาหรือกระถางพลาสติก
กระถางที่ใช้อาจเป็นกระถางดินเผา กระถางเซรามิกส์หรือกระถางพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-20 นิ้ว และต้องมีรูระบายน้ำด้านล่าง นอกจากนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้ภาชนะอื่นสำหรับการปลูกได้ เช่น ถัง กะละมัง ตุ่มน้ำ เป็นต้น
2. ดิน
ดินที่ใช้ปลูกจะใช้ดินร่วนผสมกับมูลสัตว์ หรือผสมวัสดุอื่น เช่น ขี้เถ้า แกลบ กากมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วน 1:1 หรือ 1:2 ผสมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ขนาด 1 กำมือ
3. กิ่งพันธุ์มะนาวตอน สามารถหาซื้อได้ตามสวนมะนาวหรือตลาดเกษตรทั่วไป
4. ไม้ไผ่
5. ก้อนอิฐหรือแท่งไม้

การปลูก
1. จัดเรียงอิฐวางในที่ตั้งกระถาง โดยให้มีช่องว่างตรงกลางบริเวณรูกระถาง แล้วนำกระถางเปล่าตั้ง การเลือกสถานที่ตั้งนั้น สำคัญต้องให้มีแดดส่องถึง
2. นำดินที่ผสมวัสดุปลูกอื่นๆแล้วเข้าใส่ในกระถาง โดยให้ระดับดินอยู่ต่ำจากปากกระถางประมาณ 1 ใน 3
3. ใช้มีดปลายแหลมกรีดถุงมะนาว และดึงถุงพลาสติกออก แล้วนำลงปลูก โดยให้ดินกลบเหนือเขตลำต้นประมาณ 5 เซนติเมตร และให้ดินต่ำกว่างระดับขอบกระถางประมาณ 1 นิ้ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม และนำฟางข้าว แกลบหรือเศษใบไม้มากลบบริเวณโคนต้น และปากกระถาง

การดูแล
– การให้น้ำ จะทำการให้น้ำด้วยการดหรือให้น้ำผ่านอุปกรณ์การให้น้ำ เช่น อุปกรณ์ให้น้ำหยด โดยให้วันละครั้งในระยะแรก และเมื่อมะนาวตั้งต้นได้อาจให้ให้น้ำเป็นวันเว้นวัน
– การใส่ปุ๋ย ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งกำมือ 6 เดือน/ครั้ง หรืออาจหลีกเลี่ยงปุ๋ยเคมีในระยะดูแล และให้ไปใส่ในระยะบังคับให้ออกผลเท่านั้น โดยในระยะทั่วไปจะใช้วิธีการให้ปุ๋ยอินทรีย์หรือใช้มูลสัตว์ละลายน้ำรดโคนต้นอย่างสม่ำเสมอ
– การตัดแต่งกิ่ง ให้ตัดแต่งกิ่งที่ยาวหรือสูงเกินไป หากมีทรงพุ่มขนาดใหญ่ให้ใช้ไม้ไผ่สอบที่ประถางในทั้ง 4 มุม และใช้เชือกหรือตีกรอบด้วยไม้ไผ่ขึงรอบบริเวณทรงพุ่ม เพื่อไม่ให้ทรงพุ่มแพร่กว้าง
– การเด็ดดอกทิ้ง เป็นวิธีป้องกันการติดผลหลังการปลูกมะนาว ซึ่งจะใช้กับมะนาวที่เพิ่งปลูกลงกระถางหรือเป็นต้นมะนาวที่มีอายุน้อย ลำต้นยังเล็ก แตกกิ่งน้อย เพราะต้นมะนาวลักษณะนี้ หากปล่อยให้ติดผล อาจทำให้ต้นโทรมเร็ว ซึ่งทั่วไปเกษตรกรมักจะเด็ดดอกทิ้ง เพื่อให้ลำต้นเติบโต และแตกกิ่งพอสมควรก่อน 3-5 เดือน ขึ้นไป หลังจากนั้น ค่อยปล่อยให้ติดผล แต่เกษตรกรบางรายอาจปล่อยให้ติดผลเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้นก็ได้ จนถึงระยะ 3-5เดือน แล้วค่อยปล่อยให้ติดผลทั้งต้น

การทำให้ออกลูกนอกฤดู
โดยธรรมชาติของมะนาวเมื่อมีการตัดแต่งกิ่ง ดอกจะออกมาพร้อมกับกิ่งใหม่ และใบใหม่ ดังนั้น การบังคับให้มะนาวออกผลในนอกฤดูจึงใช้วิธีการอดน้ำ และตัดแต่งกิ่ง ตามขั้นตอน คือ
1. ให้เลือกต้นมะนาวที่มีอายุการปลูกตั้งแต่ 8-12 เดือน
2. ทำการตัดปลายกิ่งที่ต้องการให้มีการติดลูก และควรเลือกกิ่งแก่
3. ทำการไม่ให้น้ำมะนาวเป็นเวลา 7-10 จนใบเหี่ยวหรือเริ่มร่วง
4. ให้ปุ๋ยสูตร 12-12-24 พร้อมรดน้ำให้ชุ่มหรืออาจให้ปุ๋ยด้วยการละลายน้ำ
5. ให้น้ำปกติ วันละครั้งหรือวันเว้นวัน
6. มะนาวจะแตกกิ่ง และออกใบใหม่ประมาณ 15-20 วัน พร้อมแตกดอก
7. ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำต้มสมุนไพรหรือสารป้องกันหนอนหรือแมลงขณะแตกใบอ่อน

สำหรับต้นมะนาวที่ปลูกในกระถางหากมีอายุหลายปีหรือเริ่มให้ผลน้อย ควรเปลี่ยนต้นพันธุ์ใหม่ ซึ่งต้นพันธุ์ที่ถ่ายออกควรนำไปปลูกลงดินต่อ เพราะสามารถบำรุงรักษาต้นให้เจริญเติบโต และให้ผลดกเหมือนเดิมได้

เทคนิคการปลูกให้มะนาวออกลูกอย่างต่อเนื่อง และมีอายุหลายปี
1. การคัดเลือกกิ่งพันธุ์
กิ่งพันธุ์มะนาวที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในกระถาง ควรเป็นกิ่งพันธุ์ที่ตอนมาจากต้นพันธุ์ที่เริ่มให้ลูกมะนาวแล้ว และกิ่งตอนควรเป็นกิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยออกลูกหรือออกลูกมะนาวแล้วไม่เกิน 1 ครั้ง อายุกิ่งประมาณ 4 เดือน ถึง 8 เดือน แต่ปัจจัยนี้ ผู้ชื้อกิ่งพันธุ์ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ผู้ซื้อสามารถสังเกตได้จากลักษณะสีของกิ่งพันธุ์ และลักษณะใบ คือ กิ่งพันธุ์ที่นำมาขายควรมีสีเขียวแก่หรือสีเขียวปนน้ำตาลเล็กน้อย ส่วนใบจะมีลักษณะใบใหญ่ อ่อน ไม่แข็งก้าน ใบมีลักษณะเรียบ ไม่พับงอ ซึ่งแสดงถึงกิ่งพันธุ์ที่ยังมีอายุไม่มาก แต่บางครั้งอาจเป็นผลมาจากการใส่ปุ๋ยบำรุงมากก็ได้ โดยเฉพาะระยะก่อนนำออกขายของเจ้าของไร่ ดังนั้น กิ่งพันธุ์ที่มีอายุที่เหมาะสมจะสามารถติดลูกมะนาวในเวลาภายในปีเดียว และสามารถให้ลูกมะนาวต่อเนื่องนานได้มากกว่า 5 ปี

2. การเลือกใช้วัสดุปลูกที่เหมาะสม
วัสดุปลูกควรเป็นดินผสมกับอินทรีย์วัตถุ ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ส่วนอินทรีย์วัตถุ ได้แก่ ปุ๋ยคอกที่เป็นมูลสัตว์ต่างๆ ปุ๋ยหมัก ขี้เถ้า และขุ๋ยมะพร้าว โดยเฉพาะปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักจะเหมาะสมที่สุด อัตราส่วนผสมระหว่างดินกับอินทรีย์วัตถุ 2:1 หรือ 3:1 โดยการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้แก่ดินปลูกจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะสม การเพิ่มความร่วนซุยของดิน ช่วยให้ดินในกระถางไม่แน่น และช่วยเก็บรักษาความชื้นในดิน

3. การเลือกใช้กระถาง และวางกระถาง
กระถางที่ใช้ปลูกมี 3 แบบ คือ กระถางพลาสติก กระถางดินเผา และกระถางจากวัสดุไม่ใช้ต่างๆ ซึ่งผู้ปลูกส่วนใหญ่มักหาซื้อกระถางพลาสติกหรือกระถางดินเผา ที่มีขนาดแตกต่างกัน หากใช้กระถางที่มีขนาดใหญ่ย่อมทำให้มีปริมาตรดินมากขึ้น หากใช้กระถางเล็กย่อมต้องใช้ดินน้อย ปัจจัยนี้มีผลต่อการแผ่ขยายของราก และสารอาหารที่มะนาวต้องการ ดังนั้น การใช้กระถางขนาดใหญ่ย่อมทำให้ต้นมะนาวเจริญเติบโตดี และมีอายุต้นได้นานมากกว่ากระถางขนาดเล็ก ทั้งนี้ ขึ้นกับปัจจัยการดูแลเป็นสำคัญ และการเลือกใช้ขนาดกระถางต้องเหมาะสมกับพื้นที่วาง หากต้องยกหรือเคลื่อนกระถางต้องยกหรือเคลื่อนที่ได้ง่าย

การใช้กระถางพลาสติกจะมีราคาถูกกว่ากระถางดินเผา แต่กระถางพลาสติกจะทำให้สูญเสียความชื้นในกระถางได้ง่ายกว่ากระถางดินเผา และมีอายุการใช้นานน้อยกว่า ซึ่งพลาสติกทั่วไปจะมีอายุการใช้งาน ประมาณ 5-10 ปี เท่านั้น

4. การให้น้ำ ให้ปุ๋ย และการดูแลอื่นๆ
การให้น้ำ โดยทั่วไปมักให้น้ำธรรมดา แต่หากให้น้ำที่ได้จากการแช่ปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์เคี้ยวเอื้องจะเป็นการให้น้ำ และให้ปุ๋ยไปพร้อมๆกัน ความถี่การให้น้ำ ควรให้อย่างสม่ำเสมอวันละ 1-2 ครั้ง ในปริมาณที่พอให้หน้าดินกระถางชุ่ม 5-10 เซนติเมตร และควรหลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยเคมีในระยะที่ไม่ใช่การบังคับให้มะนาวออกผล เพราะจะทำให้ดินมีสภาพความเป็นกรดเร็วขึ้น หน้าดินแห้ง และแน่นเร็ว บริเวณหน้ากระถางควรนำซากพืช เศษใบไม้ หรือฟางข้าววางคลุมหน้ากระถาง ซึ่งการให้ปุ๋ยอินทรีย์จะให้ดินไม่เสื่อมสภาพเร็ว ส่วนการวางวัสดุจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดิน ทำให้มะนาวเติบโตในดินที่จำกัดได้อย่างต่อเนื่อง และอยู่ได้นานมากขึ้น

5. การตัดแต่งกิ่ง และบังคับให้ออกลูก
การบังคับมะนาวให้ออกลูกนอกฤดูกาล หากทำบ่อยครั้งจะทำให้ต้นเสื่อมสภาพเร็ว และจำเป็นต้องบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ และจำเป็นต้องต้องใช้ปุ๋ยเคมีในระยะ

ใครที่อ่านแล้วสนใจ อยากปลูกมะนาวไว้ที่บ้านบ้าง สามารถค้นหาได้ ที่นี่ เลยจร้า

ภาพ Thairath.co.th
ที่มา puechkaset.com

ติดตามเรา



สินค้าเกษตรแนะนำ